รางรถไฟทอดยาวไกลสุดลูกหูลูกตา
ทางหนึ่งมุ่งสู่เหนือสุดของประเทศ
ที่ที่มีป่ารกทึบ..และขุนเขาสลับซับซ้อน
อีกเส้นสายปลายทางลงสู่ปักษ์ใต้
ที่ที่มีเวิ้งทะเลสีคราม..และอ้อมกอดของมหาสมุทร
แต่เธอไม่เคยได้ย่างกรายไปสัมผัส
รถไฟวิ่งห้อตะบึง
เสียงล้อเหล็กบดรางดัง ฉึกฉัก ฉึกฉัก
เสียงจอแจของผู้โดยสาร
เสียงสบถ เสียงหัวเราะและร้องไห้
เป็นสุ้มเสียงที่คุ้นชิน
เสียงสูดดมลมร้าย ฟืดฟาด ฟืดฟาด
เพื่อเข่นฆ่าความหิวที่รุกราน
ฉึกฉัก..ฉึกฉัก- ฟืดฟาด..ฟืดฟาด
ผสานผสมกลืนกลมเป็นเสียงเดียวกัน
ฝันล่องลอยเหาะเหินย่างเดินบนปุยเมฆ
ไปสูดอากาศแห่งขุนเขาลำเนาไพร
แหวกว่ายตะกายเวิ้งทะเลสีคราม
ลืมความหิวกิ่วไส้ชั่วครู่-ชั่วยาม
เสียงล้อเหล็กยังคงบดรางดัง ฉึกฉัก ฉึกฉัก
คล้ายบทเพลงบรรเลงไม่รู้จักจบ-จักสิ้น
เที่ยวแล้ว-เที่ยวเล่า..
ขึ้นเหนือ-ลงใต้
พาเหล่านักเดินทางมุ่งสู่จุดหมายที่ทอดสายยาวไกล
แต่เหตุใดหนอ ?
ชีวิตของพวกเธอช่างแสนสั้นเหมือนกลางคืน
บอบบางยิ่งกว่าปีกของผีเสื้อ
โอ้..บรรดาเด็กสลัมทั้งหลาย
อนาคตของพวกเธอหาได้ยาวไกล
เหมือนรางรถไฟที่พาดผ่านชุมชนของเธอไม่?
บันทึกการเข้า