แท้แล้วเราต่างยากจนพอพอกัน๑.เสียงสับเนื้อจากเรียวแรงอันอ่อนล้าของหญิงสาวกังวานแว่ว
มันดังอยู่ในโสตประสาทของคนเพียงไม่กี่คนที่ได้ยิน
ยามเมื่อมือของเธอยกขึ้น – ลง
น้ำตาอันอาดูรของเธอไหลรินเป็นสาย
หลอมละลายรวมไปกับเลือดเบื้องหน้า
เธอเงยหน้าก่นด่าความยากจน
เช่นเดียวกับที่เธอก้มหน้าระลึกถึงสามีที่เสียไป
ที่จากไป
‘เพราะความจน’ เธอทวนประโยคสั้นสั้นในใจ
ใจที่ตะหนกร้าว
ทรมาน
‘เพราะความจนเพียงตัวเดียว’
๒.เสียงฝีเท้าของผู้คนเรือนหมื่นเดินทางอย่างเร่งรีบ
ใบหน้าเปื้อนยิ้มและรอยฝัน
ฝันถึงสิ่งมันหมายที่อยากได้ไว้ครอบครอง
ในราคาสองพันบาท
เสมือนเป็นของขวัญ
ของขวัญจากผู้นำ
ด้วยพวกเขามีค่าความจนอยู่ที่หมื่นห้าต่อเดือน
ในใจของผู้คนเรือนหมื่นต่างก่นสรรเสริญ ‘เพราะความจน’
ใช่ , เพราะความจนพวกเขาถึงสมควรจะได้รับ ‘เช็คช่วยชาติสองพันบาท’
๓.เสียงน้ำมันในกระทะเตาถ่านเดือดดังพล่าน
‘พ่อมึง – ลูกเอย เย็นนี้กินเนื้อไก่ทอด’ หล่อนบอกกับสามีและลูกน้อย
เนิ่นนานเท่าใดแล้วที่ต้องกินแต่ผักเน่า ข้าวบูด และเศษเนื้อที่ใครต่างโยนทิ้ง
จะทำอย่างไรได้เล่าเพราะเรามันจน
‘วันนี้อิ่มแล้วพ่อมึง – ลูกเอย แม่เจอเนื้อในขยะ’
ขยะ...สิ่งที่ใครใครต่างมองข้าม
หากแต่หล่อน , ครอบครัวหล่อน
มันคือแหล่งเงิน แหล่งอาหาร สำหรับครอบครัว
สวรรค์ดีดีนี้เอง!
จะทำอย่างไรได้เล่าเพราะครอบครัวเรามันจน
‘รออีกหน่อยนะพ่อมึง – ลูกเอยเดี๋ยวได้กิน ได้อิ่มแล้ว’
๔.เสียงหัวเราะของผู้คนเรือนหมื่นดังกังวานก้อง
พวกเขาต่างพากันรีบเร่งเพื่อจะไปให้ถึงที่พักโดยเร็ว
อยากเปิดดูสิ่งของที่ซื้อหามา
ซื้อมาด้วย ‘เช็คช่วยชาติสองพันบาท’
ของขวัญจากความยากจน
ของขวัญของ ‘คนจน’ เงินเดือนไม่เกินหมื่นห้า!?
‘ขอบคุณความจน’ พวกเขาพากันกล่าว
๕.แล้วที่สุด...
ไม่มีใครได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของหญิงสาวที่ดังออกมาจากทีวี
ไม่มีใครได้ยินเสียงก่นด่าถึงความจนของหญิงสาวที่สะท้านก้องในใจ
ไม่มีใครรู้สึกสงสารครอบครัวจนจนครอบครัวหนึ่งในทีวี
ไม่มีใครรับรู้ถึงความเสียดายของการได้กินอิ่มอิ่มซักมื้อของครอบครัวครอบครัวหนึ่ง
เพราะพวกเขาต่างรีบเร่งไปใช้จ่ายของขวัญจากความยากจน
ของขวัญของคนจนเงินเดือนไม่เกินหมื่นห้า!
เพราะแท้แล้วเราต่างยากจนพอพอกัน?!
เนตรศศิธร
๒๖ – ๐๓ – ๕๒
ดาลใจจากข่าวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งมันสัมพันธ์กันพอดี
บันทึกการเข้า