Thai Poet Society
ContemporaryPoetryForum
 กันยายน 10, 2010, 05:01:59 pm
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
« Thai Poet SocietyThe WritingSubmit your poetry / บทกวีนาคาร้องทุกข์ »
Contents

Photobucket

Contac us
putushon@hotmail.com




พิมพ์


s



 (อ่าน 197 ครั้ง) [1]

  นาคาร้องทุกข์
« เมื่อ: มีนาคม 07, 2010, 04:06:00 pm » โดย โกฏิดารา
http://www.thairath.co.th/content/oversea/68509



สภาพพระธาตุหนองหล้า อ.เมือง จ.หนองคาย ที่จมน้ำมาเป็นเวลา 163 ปี ปกติหน้าแล้งจะเห็นแต่ยอดฐานพระธาตุที่เคยหักถล่มลงไป แต่ปีนี้เห็นจนเกือบทั้งองค์ๆทั้งๆที่ยังไม่ถึงหน้าแล้งเต็มที่

๏ กราบพระธาตุกลางลำแม่น้ำโขง
ทั้งห้วยหลวงห้วยโมงมาเรียกขวัญ
พญานาครวมกลุ่มประชุมประชัน
ขอร้องทุกข์แถนสวรรค์ในวันนี้

อันนาคาบาดาลบันดาลฝน
ช่วยชาติชนร่มเย็นเป็นสุขศรี
ฤดูแล้งร้อนมาทุกคราปี
พอชุบใช้วารีโขงสาคร

มาบัดนี้โขงแล้งจนแห้งขอด
พญานาคก็ไม่รอดกลายเป็นหนอน
ด้วยเขื่อนขวางถางป่าพญามังกร
เข้าหน้าร้อนเหลือแต่ทรายหายแห้งน้ำ

ขอบนบานผ่านฟ้าพญาแถน
อย่ามัวแล่นกู้เงินเพลินขม้ำ
อย่ามัวปราบม๊อบเมืองเรื่องปรักปรำ
ดูแลลำน้ำพญาจอมนาคี ๚


 ...

ยักวิชาการหรือรัฐบาลจะมาบอกว่าไม่เกี่ยวกับเขื่อนที่จีน
ชาวบ้านที่ไหนจะเชื่อ อยู่มาตั้งแต่น้อยเท่าใหญ่ ไล่สืบโคตรเหง้าเป็นร้อยปี
ไม่เคยมีสภาพแล้งหนักมาก่อน จนเขื่อนในจีนที่ขวางแม่น้ำโขงสร้างขึ้นเมื่อไม่กี่ปีนี้

ฤดูแล้งปีนี้จะแล้งหนัก ถ้าไม่ประสานงานเตรียมการกันให้ดี จะมีข่าวจลาจลทะเลาะวิวาทเพราะการแย่งน้ำเกิดขึ้นแน่นอน คนกรุงลองไม่มีประปาใช้สักสองวันดูดีไหม? ถ้าต้องปิดเขื่อนไม่ส่งให้คลองประปา!
บันทึกการเข้า

In omnibus requiem quaesivi, et nusquam inveni nisi in angulo cum libro.

  Re: นาคาร้องทุกข์
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 07, 2010, 08:18:55 pm » โดย meop
ขอผสมโรงเห็นด้วยว่า นี่ก็ไม่ใช่ปัญหากระจิ๊บกระจ้อย และต้องใส่ใจมากๆๆ - ซึ่งคุณโกฏิดาราได้แสดงให้เห็นความใส่ใจอย่างพึงสรรเสริญครับ

ประการแรก ทำไงจะให้บทกวีแบบนี้เผยแพร่ได้มากๆ และในวงกว้าง

ประการที่สอง ควรต้องช่วยกันตั้งคำถามต่อด้วยว่า มีปัจจัยอื่นๆ นอกจากการสร้างเขื่อนมากมายในจีนหรือเปล่า ? เช่นเขื่อนผลิตไฟฟ้าในลาว ? เขื่อนหลายแห่งในกัมพูชาก่อนที่น้ำโขงจะออกทะเล ? แล้วเขื่อนในลาวเนี่ยผลิตไฟฟ้าขายใครอีก แล้วการ "เติมน้ำ" ของลำน้ำย่อยที่เป็นสาขาแม่น้ำโขงนั้นในระยะหลังๆ มีปริมาณมากขึ้นหรือน้อยลงอย่างไร ? อูยยย ยย ย มึนครับ...

ตอนนี้ผมรอดูว่าหรือน้ำแข็งข้างบนยังละลายไม่หมดเพราะโลกมันร้อน/เย็นกลับไปกลับมา ?
บันทึกการเข้า

  Re: นาคาร้องทุกข์
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 07, 2010, 09:53:10 pm » โดย Artyasitus
เห็นแล้วใจหาย โอ้ แม่โขง
บันทึกการเข้า

  Re: นาคาร้องทุกข์
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 07, 2010, 10:53:21 pm » โดย โกฏิดารา
คุณหมี่อบพูดได้น่าสนใจเรื่องเขื่อนในลาวครับ
นอกจากเขื่อนยักษ์น้ำงึมที่ขายไฟให้ไทยแล้ว รัฐบาลลาวยังได้ทุ่มงบประมาณเพื่อสร้างเขื่อนเก็บน้ำจากลำน้ำสาขาอีกเจ็ดแห่ง เพื่อป้องกันภัยแล้ง ส่วนรัฐบาลไทยหรือ แหะๆ...

ซึ่งถ้าจะสร้างจริงๆก็ไม่วายมีเอ็นจีโอประท้วงกันอีกระนาว

หดหู่ครับ!
บันทึกการเข้า

In omnibus requiem quaesivi, et nusquam inveni nisi in angulo cum libro.

  Re: นาคาร้องทุกข์
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 07, 2010, 11:14:37 pm » โดย meop
นั่นดิครับ พ่อเล่นสร้างกักดักลำสาขาแบบนี้ แล้วใครจะเติมน้ำแม่โขง ? น้ำมันก็น่าจะลดน้อยลงเป็นธรรมดาแหละ

ผมว่า เอ็นจีโอท้องถิ่นหลายแห่งก็ดักคอ/ดักทางโครงการอภิมหาโปรเจ็กต์ทั้งของนักการเมืองและของโครงการหลวงฯ แบบนี้ไว้ได้ไม่น้อย คงต้องให้เครดิตเขาล่ะครับ..อย่างโครงการผันน้ำกก อิง น่าน ไม่รู้ตอนนี้เป็นไง ? สิบปีที่แล้วผมยังได้ไปล่องน้ำอิงกับทางองค์กรพัฒนาเอกชนทางนั้น ก็เห็นประเด็นเรื่องปัญหาน้ำๆ มาตั้งแต่ช่วงนั้นแล้ว ไม่นึกว่าแค่สิบปีเอง - กำลังจะเป็นเรื่องใหญ่แล้ว !

.......................

คำถามคือ พลังของประชาชนรากหญ้าจะพุพลุ่งออกทางนี้ได้บ้างไหม ? เพื่อที่จะเข้าถึง/มีส่วนร่วมกับปัญหาในระดับภูมิภาค...

ผมยังเห็นประกายไฟแค่ในจุดเล็กๆ และเพียงบางแห่งครับ

ยังไม่เห็นว่าใครจะสามารถระดมความเห็นคัดค้านได้เป็นแสนเป็นล้านคนสักครั้งเดียว... ขยิบตา
บันทึกการเข้า

  Re: นาคาร้องทุกข์
« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 07, 2010, 11:26:55 pm » โดย โกฏิดารา
มันต้องเป็นเรื่องการเมืองระดับชาติ ที่สื่อลงมาเล่น และชนชั้นกลางรับรู้ว่าเดือดร้อนครับ
ไม่งั้นมันก็เงียบบบบบบ ต่อไป

ลองอุดร-หนองคายไฟดับ น้ำไม่ไหลดูสิ
บันทึกการเข้า

In omnibus requiem quaesivi, et nusquam inveni nisi in angulo cum libro.

  Re: นาคาร้องทุกข์
« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 07, 2010, 11:36:13 pm » โดย demalnshu
ทำไมผมไม่รู้สึกรู้สากับเรื่องแบบนี้นะ...หรือผมเป็นชนชั้นกลาง


ว่ากันที่จริง ผมเข้าใจ ถ้าพูดในแง่ของการเข้าถึงทรัพยากรที่ไม่มีวันเท่าเทียมกัน
ที่เกิดจากโครงสร้างของอำนาจรัฐ หรือเครือข่ายระหว่างรัฐกับรัฐ ซึ่งจะเกิดขึ้นโดยการขยิบตาหรือจับมือกันอย่างเปิดเผยก็ตามแต่ แต่ทำไมผมไม่รู้สึกรู้สากับมันนะ...
อาจจะเป็นเพราะผมกลัวกับดัก หรือกลัวที่จะทำได้เพียงพูดถึงมันซักหนหนึ่ง แล้วผมก็ผละมันไปสู่เรื่องอื่นๆ
ผมกลัวผมจะกลายเป็นนักประท้วงครั้งครึ่งครั้งที่ไม่จริงจังอะไร


ปล.คุณโกฏิดารา รู้สึกในสิ่งที่ผมไม่มีวันรู้สึก เป็นเพราะผมตายด้าน หรือไม่ก็เพราะผมระแวงตัวผมเองมากเกินไป จนไม่ทำอะไรเลยสักอย่าง
บันทึกการเข้า

  Re: นาคาร้องทุกข์
« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 07, 2010, 11:58:50 pm » โดย meop
ผมว่า ถ้าจิตใจของใครก็ตาม เป็นนักประท้วง (หรือคำอื่นๆ แล้วแต่จะเรียก, ที่หมายถึงเห็นและคิด, สู้กับความเดือดร้อนส่วนรวม) เข้าแล้ว ถึงจะทำครั้ง ครึ่งครั้ง หรือแปดครั้ง หรือผละไปทำเรื่องอื่นๆ มันก็จะมีน้ำเนื้อของสปริริตแบบนั้นๆ อยู่ในทุกสิ่งที่เขาทำในแต่ละครั้งนะครับ

การประท้วงมีหลายแบบแน่ แบบที่คุณโกฏิดารากำลังพูดถึงก็คงเป็นแบบหนึ่ง ที่ค่อนข้างต้องการความเร่งด่วนในทางสังคม

การเขียนนิยายดีๆ สักเรื่องก็เป็นการเพาะเชื้อแห่งการประท้วงต่อต้านลงบนเนื้อดินของผู้อ่านนะครับ

บทกวีก็คงจะเช่นกัน.... ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า

  Re: นาคาร้องทุกข์
« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 08, 2010, 09:35:57 am » โดย โกฏิดารา
แสดงว่่าคุณ demalnshu ไม่ชอบอาบน้ำเท่าใดนัก(ฮา)

หลายปีก่อน น้ำประปาไม่ไหลอยู่เกือบเดือนเพราะน้ำโขงแห้ง ถึงจะแห้งน้อยกว่าปีนี้ก็เถอะ
ผมได้เอารถไปหิ้วน้ำมาจากการประปาของเทศบาลวันละหลายรอบ คุณเอ๊ยยยยย

เขียนนิยายหรือบทกวีนี่คงไม่ส่งผลให้ผู้อ่านเท่ากับประสบกับตัวเองก่อนสักครั้งล่ะมั้งครับ
บันทึกการเข้า

In omnibus requiem quaesivi, et nusquam inveni nisi in angulo cum libro.

  Re: นาคาร้องทุกข์
« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 08, 2010, 03:54:43 pm » โดย demalnshu
ปัญหาไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ แต่ปัญหามันขึ้นอยู่กับความจริงใจ(กรณีนี้ คุณโกฏิดารา อาจรู้สึกร่วมอย่างจริงใจก็เป็นได้) ผมเพียงแค่ตั้งคำถามขึ้นมาว่า ประดาสิ่งที่กวีทำกันทั้งหลายเนี่ย(โดยเฉพาะในเรื่องส่วนร่วม) กวีรู้สึกกับปัญหาใดอย่างจริงๆจังๆบ้างมั้ย ?

เรารู้สึกร่วมกับเฮติ แล้วก็รู้สึกร่วมกับ อั้ม พัชราในชั่วโมงถัดมาหรือเปล่า ตอนดึกเรายังอินกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และตามต่อด้วยโศกเศร้ากับความพ่ายแพ้ของเฟดเดอร์เรอร์อีกด้วยใช่หรือเปล่า ?

ผมตั้งคำถามกับตัวเอง แต่ก็ประหนึ่งว่าตั้งคำถามกับกวีในอีกด้านหนึ่งด้วย
ปัญหาไม่ใช่ประสบการณ์ แต่เป็นเรื่องความจริงใจมากกว่า ยิ้ม
บันทึกการเข้า

  Re: นาคาร้องทุกข์
« ตอบ #10 เมื่อ: มีนาคม 08, 2010, 04:05:08 pm » โดย โกฏิดารา
ครับ เห็นด้วยกับคุณ demalnshu ว่า เรื่องของเรื่องอยู่ที่ความจริงใจเป็นสำคัญ
โดยเฉพาะกวีที่จะเขียนประเด็นสาธารณะ ที่ต้องจริงใจกับสิ่งที่ตนเขียนออกไป

แต่ว่าของพรรค์นี้ คงต้องอ่านแล้วอ่านเล่า อ่านให้ถึงภูมิหลังของประสบการณ์และชีวิตของกวี/นักเขียนคนนั้นๆกระมัง ถึงจะอ่านออกว่าเขาเขียนอย่างจริงใจหรือไม่ ซึ่งคงลำบากพอตัว

และคนอ่านเอง ก็มีสิทธิ์จะตีความกวีบทนั้นตามประสบการณ์และการรับรู้ของตนตามคำที่กวีใช้อีก
โฮย ปวดหัว...

เอาเป็นว่า กวีบทนี้ผมจริงใจและจริงจังในฐานะคนริมโขงคนนึงที่ไหว้สาพระธาตุกลางน้ำมาแต่น้อยครับ
บันทึกการเข้า

In omnibus requiem quaesivi, et nusquam inveni nisi in angulo cum libro.

  Re: นาคาร้องทุกข์
« ตอบ #11 เมื่อ: มีนาคม 10, 2010, 03:12:49 pm » โดย meop
ผมลองไปตามๆ หาดู แต่ก็ยังไม่ค่อยได้เรื่องนัก เช่น รู้มาแค่ว่าปริมาณน้ำท่าในฤดูฝนของแม่น้ำโขงนั้น ได้จากจีนเพียงราวร้อยละ ๑๖ (จำนวนที่จีนกักไว้ในเขื่อนถือเป็น ๑ % ของ ๑๖ นี้) ได้จากลาวร้อยละ ๓๕ จากไทย, เขมร ๑๘ จากเวียดนาม ๑๑ .. และว่ากันว่าตั้งแต่จีนสร้างเขื่อนเมื่อ ๒๐ ปีมาแล้วนั้นแทบไม่มีผลกระทบกับปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงเลย เพียงแต่ปีนี้เป็นปีที่แล้งที่สุดในรอบ ๒๐ ปีเช่นกัน ! (คือกลายเป็นปัญหาภัยแล้งไปฉิบ !)

ปัญหาก็คือผมยังหาตัวเลขปริมาณน้ำท่าในฤดูแล้งไม่ได้ (เพื่อนบางคนบอกว่าในฤดูแล้งจะกลับกัน คือจะมาจากทางจีนมากกว่า ?) เลยยังพูดไม่ได้เต็มปากเท่าไหร่ครับ

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าจีนจะตกเป็น "เป้า" เรียบร้อยโรงเรียนไทยไปแล้ว !?
บันทึกการเข้า

  Re: นาคาร้องทุกข์
« ตอบ #12 เมื่อ: มีนาคม 11, 2010, 11:07:54 am » โดย Kaviarasu
ตอนนี้สื่อที่จันรายงานสภาวะอากาศแห้งแล้งรุนแรงที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ก็แถวๆ แม่น้ำโขงล่ะครับ ผมเชื่อกึ่งหนึ่งว่าจีนกักน้ำบางส่วนจริง มันเป็นสิ่งที่เจ้าของเขื่อทุกประเทศต้องทำอยู่แล้ว หากเกิดภาวะแล้งแทบตายขนตายนี้ คำถามคือเราจะทำเช่นไร หากทั้งเขื่อนและภัยแล้งเดินทางมาพบกันอย่างประจวบเหมาะเช่นนี้? ขึ้นชื่อว่าเขื่อนย่อมมีปัญหาอยู่แล้ว แต่เราสามารรถยับยั้งได้หากมีเจตนารมณ์ทางการเมืองมากพอ แต่กับภัยธรรมชาติเล่า?

ลองไปอ่านข่าวในจีนได้ครับ ตามนี้

http://english.sina.com/z/100224drought/index.shtml
บันทึกการเข้า

  Re: นาคาร้องทุกข์
« ตอบ #13 เมื่อ: มีนาคม 11, 2010, 11:09:05 am » โดย Kaviarasu
โทษทีครับรีบพิมพ์ไปหน่อย ขอแก้ไข

ตอนนี้สื่อที่จีนรายงานสภาวะอากาศแห้งแล้งรุนแรงที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ ก็แถวๆ แม่น้ำโขงล่ะครับ ผมเชื่อกึ่งหนึ่งว่าจีนกักน้ำบางส่วนจริง มันเป็นสิ่งที่เจ้าของเขื่อนทุกประเทศต้องทำอยู่แล้ว หากเกิดภาวะแล้งแทบตายขนาดนี้ คำถามคือเราจะทำเช่นไร หากทั้งเขื่อนและภัยแล้งเดินทางมาพบกันอย่างประจวบเหมาะเช่นนี้? ขึ้นชื่อว่าเขื่อนย่อมมีปัญหาอยู่แล้ว แต่เราสามารถยับยั้งได้หากมีเจตนารมณ์ทางการเมืองมากพอ แต่กับภัยธรรมชาติเล่า?
บันทึกการเข้า

  Re: นาคาร้องทุกข์
« ตอบ #14 เมื่อ: มีนาคม 11, 2010, 04:25:21 pm » โดย meop
ข้อมูลเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามการไปหามา อิอิ มึน..เช่นบางคนก็ว่า ปริมาณน้ำท่าของน้ำแม่โขงนั้นมาจากจีนถึงกว่าร้อยละ ๙๐ .. คงต้องช่วยกันสอบค้นไปเรื่อยๆ จะได้สรุปประเด็นให้แคบเข้าอ้ะคับ... ขยิบตา
บันทึกการเข้า

 (อ่าน 197 ครั้ง) [1]
กระโดดไป:  
MemberTools

Photobucket
PhotobucketPhotobucketPhotobucket




หน้าแรก
ช่วยเหลือ
ปฏิทิน
รายชื่อสมาชิก

เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก



()







15890 กระทู้
2384 หัวข้อ
841 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: kuroda

Powered by PHP
Powered by MySQL
Valid XHTML 1.0!
Valid CSS!


รายชื่อหนังสือกวีนิพนธ์ส่งประกวดรางวัลซีไรต์ ๒๕๕๓

Photobucket


SimpleTalks


Thai Poet Society Light Talk



Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
Simplicity design by Bloc