ร่วงลู่ลงทิ้งชายจากปลายฟ้า
ริ้วกุรงสะอาดตาพริ้วลมผ่าน
กะปิเยาะคลุมครอบศรีษะ – กาล
เมื่ออะซานแผดสะท้อนในหมู่คน
ขณะละอองสวรรค์พะเยิบปลาย
จีวรณ์ห่มเหลืองละลายในพรายฝน
ใครต่อใครละลานตาละลานตน
หุ้มห่อกาย ขาว – หม่น สู่อาราม
จากอารามสู่อารามทวงถามมนุษย์
ไหนความดีบริสุทธิ์ในหยาบหยาม
ใดเที่ยงแท้ใดเป็นหนึ่ง อันใดงดงาม
หรือเพียงรอยรุกลามบนลานทราย
เพียงร่องรอยกระแสธาร บนลานชีวิต
อันใดถูก – อันใดผิด ไหนหมุดหมาย
ขณะเธอพร่ำสวดอยู่กรีดกราย
ปล่อยผู้คนร่วงราย ข้างกำแพง
เธอพร่ำสวด เธอพร่ำสวด เธอพร่ำสวด
เธอก่อสร้างคล้ายโอ้อวดบนโลกแล้ง
โบสถ์วิหารใหญ่โตโอ่แสดง
ปล่อยเด็กน้อยไร้เรี่ยวแรงทรุดร่างซวน
ร่วงลงสู่ขณะหนึ่งละอองฟ้า
กางเขนทองงามสง่ากลางลมหวล
อายความดีความรักหอมอบอวล
ฝันดอกไม้รัญจวนกลิ่นในสายลม
ในสายลมแห่งสันติของศรัทธา
ระเบิดบาปหยาบช้ากร้าวถล่ม
ท่ามรอยยิ้มแห่งคุณงามที่พร่างพรม
ร่างใดร่วงทรุดจมธารเลือดสงคราม
ร่างใดทรุดร่างร่วงสู่ห้วงเวลา
ในคราบเลือดในคราบน้ำตาคือคำถาม
ในโอดโอยโหยไห้กลางห้วงยาม
หรือนี่คือคุณงามแห่งศรัทธา
ในเสียงพร่ำสวดศพแห่งสงคราม
หรือนี่คือนิยาม.......รัก– สันติแห่งศรัทธา?
อับดุลฮามิด
บันทึกการเข้า