Thai Poet Society
ContemporaryPoetryForum
 กันยายน 08, 2010, 09:44:34 pm
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
« Thai Poet SocietyThe WritingSubmit your poetry / บทกวีทางกลับ »
Contents

Photobucket

Contac us
putushon@hotmail.com




พิมพ์


s



 (อ่าน 1397 ครั้ง) 1 [2] 3

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #30 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2010, 12:52:53 am » โดย demalnshu
กินเหล้ากับเด็กที่ร้านเพิ่งเสร็จ กระทู้ไปไกลซะ  ร้องไห้

พี่รางชางไม่พูดต่อน่ะดีแล้ว ผมเห็นด้วย ใครจะว่าดีหรือห่วย มันสิทธ์ของเขา
แต่ส่วนตัวผม บทกวีบทนี้ ในแง่ที่มันเป็นบทกวีการเมือง
ผมว่ามันว่าโครตยอดเยี่ยมเลย(ด้วยความจริงใจครับ)
ถึงผมไม่เคยคิดจะเขียนมันเลยก็ตาม

ปล. ผมอ่านงานของรางชาง มโนมัยมาตลอด(เป็นช่วงๆ) กล่าวได้อย่างนึง งานของรางชาง มโนมัยเป็นงานที่หนักแน่นเต็มไปด้วยพื้นฐานแห่งการครุ่นคิดอย่างจริงจัง เพียงแต่ในยุคแรกๆ ผมเห็นว่ามันเป็นงานที่"เอาไม่อยู่"จริงๆ คือ มีความคิดผุดพร่างมากมาย แต่ไม่อาจตะล่อมมันในอยู่ในร่องในรอยได้ก็เท่านั้นเอง

บางครั้ง พี่รางชาง ก็แค่ อยากจะพูดทั้งหมดที่กรูรู้ที่กรูเข้าใจเท่านั้น(อันนี้ ผมหมายถึงงานในยุคแรกๆนะ)

ปล. จบห้วนๆ ผมเมา โปรดอย่าถือสา ถ้าพูดอะไรผิดพลาดสามหาว


บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #31 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2010, 11:45:25 am » โดย meop
ผมก้อมาไม่ทัน..ที่จริงอยากเรียนกับคุณรางชางฯ ว่า ไม่เห็นจะเป็นไรนะกับการตีความ ใครจะตีอย่างไรย่อมเป็นสิทธิ์ของแต่ละคน และเพราะอย่างนี้ต่างหาก บทกวี (หรือบทละคอน, บทโทรทัศน์, นวนิยาย) จึงจะสามารถมีชีวิตยาวนานได้ - ผมอาจคิดแบบมรณกรรมผู้แต่งมากไป ? แต่ปัดโธ่ มันดีจะตายที่มีการ "เห็น" ต่างกันในตัวบทกวีแต่ละบท โดยอิสระเต็มตีนน นน ถึงขนาดไม่มีใคร (แม้แต่ผู้แต่ง) สามารถที่จะจองจำพันธนาการมันไว้ได้แต่ผู้เดียว..เราไม่อยากให้สังคมเป็นแบบนั้นหรือ ?

อย่างงี้ดีแล้วครับ.. ยิงฟันยิ้ม

ผมไม่อยากฟัง "คำตอบสุดท้าย" ครับ  รูดซิบปาก

บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #32 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2010, 12:00:06 pm » โดย Opet
ว้า... ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

Make Love not Write. ทำรัก เอ๊ย...สร้างรักกันเถอะอย่ามัวแต่เขียน

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #33 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2010, 12:07:50 pm » โดย meop
เคยมีคนถามประชาคม ลุนาชัย ในเวทีอภิปราย ถึงตอนจบของนิยายเค้าเรื่องนึง ทำนองว่า ที่จบแบบนี้เป็นเพราะอะไร

ประชาคมตอบว่า ผมไม่ตอบละกัน..เพราะ "ผมกลัวว่า มันจะเป็นคำตอบสุดท้าย"

เล่าขำๆ อ้ะคับ (ไม่รู้ขำกันป่าวว วว ว  ขยิบตา)
บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #34 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2010, 12:11:46 pm » โดย Opet
มรณกรรมของผู้แต่ง

ทำไมนักประพันธ์ตายไว ?

น่าเสียดาย...
คิดถึงกนกพงศ์
บันทึกการเข้า

Make Love not Write. ทำรัก เอ๊ย...สร้างรักกันเถอะอย่ามัวแต่เขียน

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #35 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2010, 12:30:18 pm » โดย meop
แต่งานเขาไม่ตายครับ..เรายังเอามาพูดถึงได้ทุกปี

ทางกลับฯ นี่ก้อเช่นกัน..น่าจะเป็นบทกวีที่พูดถึงกันไปได้อีกนานครับ... ขยิบตา
บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #36 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2010, 12:51:41 pm » โดย demalnshu
พี่หนกเนี่ย ถ้าไม่ตายนะ ก็คงทุกข์ทรมานตลอดชีวิตแหละ เพราะคงไปไม่พ้นจากขีดจำกัดของตัวเอง...สำหรับผม พี่หนกมาจนสุดขอบเขตแห่งศักยภาพของตัวเอง
ถ้าไม่ตาย ก็เหมือนตายไปครึ่งค่อนตัวครับ



ปล. งานบทกวีของพี่หนก เล่มที่เขียนถึง ตาเฒ่า ภูเขา เนี่ย ได้รับการพูดถึงน้อยเกินไปนะ ผมว่า
บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #37 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 11:06:20 am » โดย rangchang
ผมไม่ค่อยซีเรียสเรื่องว่า
คนเขียนควรจะพูดหรือไม่พูดเกี่ยวกับงานของตัวเองหรือควรแก้ต่างหรือไม่ เท่าไหร่นะ
จริงๆ ผมว่า สามารถพูดได้ อธิบายได้
เว้นแต่ว่า การพูดนั้นไปลดความน่าพิศวงหรือเสน่ห์ของงานลงไป
ซึ่งก็สามารถทำได้ด้วยการพูดไม่หมด ละไว้บ้าง

เพราะถ้าเราเชื่อว่า นักเขียนตายไปแล้วเมื่องานเสร็จ
ต่อให้คนเขียนจะมานั่งอรรถาธิบายให้ตายยังไง
ก็ไม่สามารถลบล้างสิ่งที่คนอ่านได้กระทำต่อหลังจากนั้นอยู่ดี
และ/หรือ การที่คนเขียนมาพูดถึงงานตัวเอง จริงๆ แล้วก็คือ
คนเขียนได้กลายสถานะตัวเองเป็นคนอ่านคนหนึ่งเท่านั้น
ซึ่งไม่น่าจะไปสร้าง "คำตอบสุดท้าย" ให้ใครได้

อย่างเช่น ต่อให้ผู้กำกับเรื่อง forrest gump จะมานั่งบอกว่า
ธีมของหนังเรื่องนี้พูดถึง การดีเบทระหว่างการใช้ชีวิตที่ล่องลอยแบบขนนกกับการใช้ชีวิตที่กำหนดไว้ (สรุปคร่าวๆ นะครับ)
แต่ถ้าคนดูจะบอกว่า เฮ้ย นี่มันหนังแอนตี้ฝ่ายซ้ายนี่หว่า
แค่นี้การอธิบายของผู้กำกับก็คงไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับคนที่เลือกจะมองอีกอย่างหนึ่งแล้ว


บางทีผมอดคิดเล่นๆ ไม่ได้ว่า
การที่คนเขียน โดยเฉพาะในพื้นที่อินเตอร์เน็ต ซึ่งสามารถโต้ตอบกันได้นั้น
ไม่ยอมตอบคำถามของคนอ่าน เป็นการสร้างระยะห่างให้ตัวเองหรือเปล่า
คล้ายๆ จะสถาปนาตัวเองว่า ตนอยู่อีกระดับหนึ่งจากคนอ่าน
หรือที่ผมเรียกเล่นๆ ว่า ทำเท่

อย่างที่ผมเลือกตอบบางคำถามและไม่ตอบบางคำถามของคุณ rebel นั่นแหละ  ยิงฟันยิ้ม


ขออภัยถ้างง จริงๆ ผมไม่ได้ครุ่นคิดเรื่องนี้ซักเท่าไหร่หรอกฮะ ^_^


บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #38 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 11:24:15 am » โดย Opet
พี่รางชางฯตอบได้ "เท่" มากครับ
เท่ ในความหมายจริง ๆ ไม่ใช่ "ทำเท่"
อย่างพี่ว่านะ

แหะ ๆ
บันทึกการเข้า

Make Love not Write. ทำรัก เอ๊ย...สร้างรักกันเถอะอย่ามัวแต่เขียน

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #39 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 04:18:51 pm » โดย meop
"..เพราะถ้าเราเชื่อว่า นักเขียนตายไปแล้วเมื่องานเสร็จ
ต่อให้คนเขียนจะมานั่งอรรถาธิบายให้ตายยังไง
ก็ไม่สามารถลบล้างสิ่งที่คนอ่านได้กระทำต่อหลังจากนั้นอยู่ดี
และ/หรือ การที่คนเขียนมาพูดถึงงานตัวเอง จริงๆ แล้วก็คือ
คนเขียนได้กลายสถานะตัวเองเป็นคนอ่านคนหนึ่งเท่านั้น
ซึ่งไม่น่าจะไปสร้าง "คำตอบสุดท้าย" ให้ใครได้.."

.................
แหม คุณรางชางฯ กล่าวประเด็นนี้ได้ดีครับ ถูกของคุณทีเดียว ในทางปฏิบัตินั้น ถ้าผู้อ่าน "แข็ง" พอประมาณ (ด้านจิตใจนะ ม่ะใช่..) มันไม่มีปัญหาแน่ๆ และผมว่า มันสนุกสำหรับนักเขียนด้วยซ้ำ ที่เขาจะได้ทดลอง "อ่าน" ตัวเองในอดีต - เพราะหลังจากเขาเขียนบทนั้นไป เวลาก็ผ่านไป..ผ่านเลยไป จนหลายครั้งเขาอาจไม่ได้คิดอย่างนั้นแล้ว ? ทีนี้ เขาก็แทบไม่ใช่คนที่ "เขียน" บทกวีบทนั้นแล้วละเออ

เขากลายเป็นนัก "อ่าน" เต็มตัว และบางครั้งอาจพร้อม อาจกระหายจะฟัดตัวตน-ความคิดในอดีตเขาซักตั้งนึง ด้วยซ้ำ !

ถ้าในกรณีที่ผู้อ่านไม่ตั้งหน้าตั้งตารอคำเฉลย/คำตอบสุดท้ายจากผู้เขียนอย่างสุดจิตสุดใจละก็ - สนุกแน่ล่ะครับแบบนี้... ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #40 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 04:20:45 pm » โดย demalnshu
เวลาก็ผ่านไป..ผ่านเลยไป จนหลายครั้งเขาอาจไม่ได้คิดอย่างนั้นแล้ว ? ทีนี้ เขาก็แทบไม่ใช่คนที่ "เขียน" บทกวีบทนั้นแล้วนะเออ


^
^

พูดจนผมคล้อยตามเลยนะนั่น เห็นด้วยครับ
บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #41 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 04:29:26 pm » โดย meop
คุณดีมาลช์เป็นหรือเปล่าครับ ? แหม แบบนี้ระยะหลังผมเป็นบ่อย (คงแก่แล้ว ?) จนไอ้ที่เขียนๆ ตุนไว้นั้น งัดเอามาดูอีกที โอยย ยย เขียนอย่างนี้ตรูจะกล้าปล่อยออกไปได้งัย ? อย่าให้ใครเห็นเลยเชียว ฮ่าๆๆๆ

เล่ากันขำๆ น่ะครับ  ยิ้มกว้างๆ

พูดให้ถึงที่สุด บางทีทฤษฎีของโรลองด์ บาร์ตส์ ก็อาจต้องมีคำอธิบายที่ต่อยอดออกไปอีกตามเงื่อนไขสถานการณ์ที่เคลื่อนไหวมีพลวัตตลอดเวลา หรือเงื่อนไขด้านผู้เข้าร่วมปฏิสัมพันธ์นั้นๆ เรียกว่าควรต้องยืดหยุ่นได้อ้ะครับ...

และในแง่นี้ การ "วิจารณ์ตัวเอง" หรือวิจารณ์งานบางชิ้นของตัวเอง อาจจะเป็นไปได้ ?



บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #42 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 04:35:21 pm » โดย demalnshu
ผมก็เป็นครับ...แต่ผมเป็นในแง่ที่ตัวตนของตัวเองเมื่อสิบปีก่อนกับตอนนี้ต่างกันมหาศาล...
ผมว่าผมอลุ้มอลวยขึ้นเยอะ ที่แน่ๆ ผมเย็นขึ้นเยอะ ถ้าเทียบจากมาตรฐานที่ตัวเองเคยทำเอาไว้(ฮา)
บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #43 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 04:43:10 pm » โดย meop
งานที่เราๆ ทำสั่งสมกันมา มีส่วนมั่งมั้ยครับ ?

ที่ถามคือเห็นอยู่ว่าคุณดีมาลช์ ถ่ายภาพสวยมากกกกก ก ไว้แยะทีเดียว..ภาพเหล่านั้น คุณคงดูมันบ่อยๆ มันมีผลสะท้อนสะเทือน เด้ง กระดอนกลับมาที่คนถ่ายบ้างมั้ยครับ ?

อย่างภาพเด็กๆ ที่คุณเอามาลงให้ดูอย่างชุ่มฉ่ำเนี่ย ดูมากๆ ดูบ่อยๆ มันเปลี่ยนคนถ่ายไหมครับ ? โอเค อีตอนถ่ายมันอาจไม่ทันสังเกตซึมซับกับชอตนั้น เพราะอาชีพตากล้องมันคงต้องไวมากๆ เพื่อที่จะจับให้อยู่..แต่ตอนหลังพอมาเปิดดู บ่อย นื่ง นานน นน น มันมีผลกระทบใจอะไรบ้างไหม ?
บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #44 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 04:49:31 pm » โดย demalnshu
ช่างภาพ ?
พูดเป็นเล่น อาชีพการงานผมไม่เกี่ยวข้องกับมันเลยครับ พี่หมี่อบ...


เอ่อ...ผมไม่เข้าใจคำถามพี่นะ...ผมถ่ายรูปชุดนี้ มาจากความชอบพื้นฐานครับ (ผมหมายถึงแม่น้ำนะ ส่วนเด็กเนี่ย สำหรับผม มันทำให้แม่น้ำมีชีวิตครับ)

ปล.เคยดู The River Run Trough It มั้ย แม่น้ำของผม สงบกว่า และงามกว่าครับ
บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #45 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 04:52:54 pm » โดย demalnshu
อย่างป้าคนนี้..รูปนี้ เวลาใช้ลูปส่องดูสไลด์ ผมจะอินกับมันมาก คือรู้สึกฉ่ำตลอดเวลา(ไม่ได้เว่อร์นะ)


* n030.jpg (101.93 KB, 500x488 - ดู 12 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #46 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 05:14:11 pm » โดย meop
อ้าว..เออผมก้อลืมถามคุณดีมาลช์ไป เล่นนึกทึกทักเอาเองเลย..โทษทีครับ ผมไม่รู้เลยว่านี่เป็นเพียงของชอบส่วนตัวของคุณ..แหม แต่มันสวยมากๆ ครับ

คือผมคงอยากรู้ความรู้สึกคล้ายๆ ว่า ชอบมีคนบอกว่า เวลาคนเราปลูกดอกไม้ ดอกไม้มันก็กลับมาปลูกเราด้วย อะไรทำนองนั้นครับ

คนถ่ายรูปมาก ดูรูปมาก มันมีผลอะไรมั้ยครับ (ตอบแบบกำปั้นทุบดินมันก้อคงมีอ่านะ  ยิงฟันยิ้ม) เช่นป้าคนนั้น ที่ทำเอาคุณดีมาลช์ฉ่ำตลอดเวลา..พอฉ่ำบ่อยๆ แล้วมันทำให้รู้สึกยังไงต่อไหม ?

ไม่ตอบก้อได้นะครับ..ผมก็หลุดกระทู้ไปซะ..อิอิ  ขยิบตา
บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #47 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 05:33:38 pm » โดย demalnshu
....ถ่ายรูปเนี่ย ให้อะไรผมน้อยกว่า บทกวีเยอะครับ (ตอบจริงนะเนี่ย) ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #48 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 05:40:48 pm » โดย demalnshu
จริงๆ ผมยุ่งนิดหน่อย ถามว่าให้อะไรมั้ย
ให้นะ "ให้สายตา" ครับ
อย่างภาพนี้... ผมว่าต้องใช้สายตาครับ


ปล. ผมยุ่งนิดหน่อย ตอบไม่สะดวกครับ(ที่ร้านงานยุ่งนิดหน่อย) อีกอย่าง จะกลายเป็นผมลากกระทู้ไปไกลครับ


* DSC07064.jpg (60.6 KB, 309x597 - ดู 10 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #49 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 05:41:43 pm » โดย demalnshu
แป๋วววววววว โพสท์ผิดภาพ  ร้องไห้
บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #50 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 07:32:47 pm » โดย rebel
ผมไม่ค่อยซีเรียสเรื่องว่า
คนเขียนควรจะพูดหรือไม่พูดเกี่ยวกับงานของตัวเองหรือควรแก้ต่างหรือไม่ เท่าไหร่นะ
จริงๆ ผมว่า สามารถพูดได้ อธิบายได้
เว้นแต่ว่า การพูดนั้นไปลดความน่าพิศวงหรือเสน่ห์ของงานลงไป
ซึ่งก็สามารถทำได้ด้วยการพูดไม่หมด ละไว้บ้าง

เพราะถ้าเราเชื่อว่า นักเขียนตายไปแล้วเมื่องานเสร็จ
ต่อให้คนเขียนจะมานั่งอรรถาธิบายให้ตายยังไง
ก็ไม่สามารถลบล้างสิ่งที่คนอ่านได้กระทำต่อหลังจากนั้นอยู่ดี
และ/หรือ การที่คนเขียนมาพูดถึงงานตัวเอง จริงๆ แล้วก็คือ
คนเขียนได้กลายสถานะตัวเองเป็นคนอ่านคนหนึ่งเท่านั้น
ซึ่งไม่น่าจะไปสร้าง "คำตอบสุดท้าย" ให้ใครได้

อย่างเช่น ต่อให้ผู้กำกับเรื่อง forrest gump จะมานั่งบอกว่า
ธีมของหนังเรื่องนี้พูดถึง การดีเบทระหว่างการใช้ชีวิตที่ล่องลอยแบบขนนกกับการใช้ชีวิตที่กำหนดไว้ (สรุปคร่าวๆ นะครับ)
แต่ถ้าคนดูจะบอกว่า เฮ้ย นี่มันหนังแอนตี้ฝ่ายซ้ายนี่หว่า
แค่นี้การอธิบายของผู้กำกับก็คงไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับคนที่เลือกจะมองอีกอย่างหนึ่งแล้ว


บางทีผมอดคิดเล่นๆ ไม่ได้ว่า
การที่คนเขียน โดยเฉพาะในพื้นที่อินเตอร์เน็ต ซึ่งสามารถโต้ตอบกันได้นั้น
ไม่ยอมตอบคำถามของคนอ่าน เป็นการสร้างระยะห่างให้ตัวเองหรือเปล่า
คล้ายๆ จะสถาปนาตัวเองว่า ตนอยู่อีกระดับหนึ่งจากคนอ่าน
หรือที่ผมเรียกเล่นๆ ว่า ทำเท่

อย่างที่ผมเลือกตอบบางคำถามและไม่ตอบบางคำถามของคุณ rebel นั่นแหละ  ยิงฟันยิ้ม


ขออภัยถ้างง จริงๆ ผมไม่ได้ครุ่นคิดเรื่องนี้ซักเท่าไหร่หรอกฮะ ^_^




ถ้าคุณรางชางเขียนบทกวีรัก บทเสพสังวาส บทนิราศ ชมนกชมไม้  หรืออื่นๆ ที่มันไม่ใช่บทกวีวิพากษ์การเมือง หรือพูดถึงการเมือง โดยเฉพาะการเมืองในสถานการณ์ที่มันกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มแบบนี้ จะอ้างว่าไม่ซีเรียส ก็ไม่เป็นไรหรอก   เราคงกำลังพูดและเข้าใจกันคนละเรื่อง คนมองบทกวีของคุณในมิติที่มันเป็นงานศิลปะ โชว์ทักษะรัดร้อยถ้อยคำ และให้ความสำคัญกับการสร้างตัวตนของตัวเอง จะทำอะไรดูระมัดระวัง ประหยัดการแสดงออก ตระหนี่ถี่เหนี่ยวสัมพันธภาพ  เดี๋ยวไม่เท่ ไม่ดูดี พูดมากไปกลัวไม่ติสต์ กลัวขาดเสน่ห์   โธ่เอ๋ย ก็แล้วทำไมไม่เขียนกลอนรัก กลอนอภิมหาปรัชญา อภิมหาอรรถาธิบาย ให้ตัวเองดูเท่ๆๆๆๆ ต่อไปละคุณ   ในเมื่อหมกมุ่นอยู่เพียงว่า วันนี้จะใส่เสื้อสีอะไร ใส่กางเกงแบบไหน ใส่ถุงเท้ารึเปล่า ใส่ผ้าพันคอขนนกจะดูดีไหม มีเสน่ห์เพียงใด จัดแจงแต่งตัวไม่เสร็จอยู่ตลอดเวลา คิดอะไรไม่พ้นวัฏฏะของตัวเอง ก็อย่าขยับมาพูดถึงเรื่องที่มันมีผลกระทบต่อผู้คนในวงกว้างดีกว่า

ไม่ว่าคุณจะตอบหรือไม่ตอบ มันก็ไม่เกี่ยวกับระยะห่างหรือระยะใกล้  แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวกับการอยู่ระดับไหน ไม่มีผลกับการสถาปนาตัวเองหรืออะไร  เพราะไม่ว่าอย่างไร เราก็เท่าเทียมกัน

สิ่งที่ควรจะอยู่ในหัวคุณมากว่าเรื่องการ "สร้างคำตอบสุดท้าย"  คือการตั้งคำถามกับตัวเองให้ได้ว่า  แท้จริงแล้วมันเป็นการ "สร้าง" หรือ "ทำลาย" ทำลายกันแน่

แน่นอนว่าคุณคงคิดว่าตัวเป็นผู้สร้าง จึงพยายามยืนยันความหนักแน่นของสิ่งที่ตัวทำลงไปว่าไม่ต้องการแก้ไข (ที่คุณใช้คำว่า "แก้ตัว") อะไรอีก  เพราะหากคุณคิดสักนิดว่าตัวเป็นผู้ทำลาย  ธรรมดาวิสัยของมนุษย์ที่มีความรับผิดชอบ ย่อมไม่เพิกเฉยที่จะแก้ไขสิ่งที่ตนทำลายลงไป
บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #51 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 07:16:04 am » โดย rangchang
บางอย่างที่คุณ rebel พูดในความเห็นล่าสุดคือ สิ่งที่ผมตั้งข้อสังเกต(แขวะ)นั่นแหละครับ (เรื่องทำเท่ สร้างระยะห่าง เป็นต้น)
เพียงแต่คุณไม่เก็ท เลยย้อนกลับมาตั้งคำถามเอากับผม

ผมร่วมพูดคุยกับคุณ meop ในเรื่อง มรณกรรมของผู้แต่ง ในแง่ที่ว่า หากจะมีใครอยากจะ "อ่าน" นอกเหนือจากสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าก็สามารถกระทำได้ โดยไม่เกี่ยวอะไรกับคำอธิบายของคนเขียนอีกเลย ทั้งแง่แบ็คกราวด์ความคิดของคนเขียน การตีความสถานการณ์ที่ผิดพลาดของคนเขียน หรืออุดมการณ์แฝงเร้นที่คนเขียนไม่รู้ตัว ฯลฯ ผมไม่ได้หมายถึงเฉพาะงานชิ้นนี้ของผมเท่านั้น แต่หมายถึงทุกงานเขียนของใครก็ตาม

และที่พาดพิงคุณ rebel ในเม้นต์ก่อนหน้านี้ก็เพราะผมต้องการสนทนากับคุณ meop อีกว่า การอธิบายจากผู้เขียน ในความเห็นของผมนั้น สามารถทำได้ เพราะมันไม่ได้สร้างคำตอบสุดท้ายให้ใครอย่างที่กลัวกันไปเอง เหมือนกับที่ผมยังทำอยู่ในคอมเม้นต์นี้ยังไงล่ะครับ (ผมไม่เคยกังวลเรื่องสร้าง "คำตอบสุดท้าย" อะไรเลย-เว้นแต่คุณ rebel ให้ความหมายของ คำตอบสุดท้าย ต่างไปจากผม )

ว่าถึงกลอนชิ้นนี้ที่ผมเขียน ผมคิดว่าไม่ได้เข้าใจยากอะไร และมีคนเข้าใจถูกต้องตามที่ผมต้องการสื่ออย่างครบถ้วนในประเด็นหลัก แต่คุณ rebel เอง ที่ไม่ได้แตะในส่วนเนื้อหาเท่าไรนัก และบอกว่าไม่เข้าใจ ขอให้ผมอธิบายเรื่องว่า ทำไมต้องมีทางกลับ ซึ่งผมก็ได้อธิบายไปบ้างแล้ว (เห็นมั้ยครับ ผมไม่เชื่อความคิดที่ว่า คนเขียนต้องไม่อธิบายงานตัวเอง-ยืนยันอีกครั้ง)


มาถึงตอนนี้ ผมคิดว่า ถ้าเราต้องการจะ "อ่าน" อะไรมากไปกว่าที่ปรากฏ อย่างน้อยต้องรู้ก่อนว่า text นั้นมันคืออะไรเสียก่อน ไม่อย่างนั้นก็จะ "ไปกันใหญ่" อย่างความเห็นล่าสุดของคุณ rebel นี่แหละ และในกรณีนี้ ถ้าผมไม่สามารถทำให้คนอ่านเข้าใจในตัวบทได้ นั่นก็แปลว่า ผม "เอาไม่อยู่" เอง เขียนไม่รู้เรื่องเอง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้หากใครจะวิจารณ์จุดนี้









บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #52 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 09:53:13 am » โดย demalnshu
แหะๆ อยากจะเกาหัว คือ ผมว่าที่พี่รางชางแขวะเนี่ย น่าจะโดนผมนะ แต่ผมกลับเฉยๆ(เพราะต่อมาผมก็บอกว่าเห็นด้วย อย่างที่พี่หมี่อบว่า ทุกอย่างมันมีพลวัตร) ก็เลยงงนิดหน่อย ว่าคุณ rebel หงุดหงิดอะไร


ปล. ไม่อยากแทรกเลย เดี๋ยวจะเจ็บตัวเปล่าๆ(หมายถึงตัวผมเองนะ) ร้องไห้
บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #53 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 11:00:27 am » โดย rebel
ก็ถ้าคิดว่าคนอื่นเขาไม่เก็ตก็ตอบสิคะ มันลำบากลำบนตรงไหน 


ไม่ได้หงุดหงิดไรเลยนะ นี่เป็นการสนทนาธรรมดาๆ  ก็ถ้าไม่แขวะแบบนี้ คุณจะลงจากหอคอยสอยดาวมาพูดคุยกับชาวบ้านอย่างดิฉันเหรอ


ทำงานอยู่ ไม่สามารถตอบได้ยาว  เดี๋ยวจะเข้ามาใหม่ ถ้าว่าง

 
บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #54 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 11:48:00 am » โดย rangchang
เอ่ คุณ demalnshu
 
ผมเปล่าแขวะคุณนะ ผมแค่ตั้งข้อสงสัยนักเขียนที่ไม่ยอมสนทนากับคนอ่านตะหาก แม้แต่เรื่องที่คุณคอมเม้นต์ว่างานผมในยุคแรกๆ "เอาไม่อยู่" นั้น ผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติของสังคมที่เชื่อในวัฒนธรรมการวิจารณ์นะครับ ส่วนเรื่อง มรณกรรมของผู้แต่ง คิดว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกันมากกว่า


คุณ rebel

ที่ผมเข้ามาตอบคุณ ไม่ใช่เพราะถูกแขวะอะไรเลย ลองอ่านใหม่นะครับ ผมตอบเพราะคุณถามเรื่องทางกลับถึงสองครั้ง และล่าสุดคุณกล่าวหาผมเรื่อยเปื่อย จึงใช้สิทธิเข้ามาชี้แจง -การแขวะ ในความเข้าใจของผม ไม่น่าจะใช่การพูดคนละเรื่องแล้วมาบอกว่าตัวเองทำให้คนนั้นยอมคุยด้วยสำเร็จ เรื่องหอคอยสอยดาวอะไรนั่นยิ่งไปกันใหญ่ ลักษณะการคุยของคุณมันวนอยู่กับที่นะครับ ถ้าผมจะต่อปากต่อคำก็ทำได้ แต่คงไม่จบไม่สิ้น อย่างประโยค "ก็ถ้าคิดว่าคนอื่นเขาไม่เก็ตก็ตอบสิคะ มันลำบากตรงไหน" ไอ้ที่ผมทำมาก่อนหน้าและตอนนี้ไม่ใช่เรียกว่าการตอบหรือครับ และก็อาจจะมีคำถามที่ผมอยากถามอีกว่า ทำไมคุณไม่อ่านให้แตกก่อนแล้วถึงค่อยเถียง ค่อยกล่าวหา ฯลฯ


แหะ ผมนึกว่า การที่คุณโฮโมฯ อุตส่าห์ถอดความกลอนของผมอย่างละเอียด จะช่วยให้ผมไม่ต้องมาชี้แจงอะไรยาวเหยียดอย่างนี้แล้วซะอีก  ฮืม

และไอ้ที่ชี้แจงนี่ก็แทบไม่เกี่ยวอะไรกับกลอนชิ้นนี้เลย  ร้องไห้

บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #55 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 11:58:52 am » โดย demalnshu
ครับพี่รางชาง ทางผมไม่มีอะไรครับ พี่กับคุณ Rebel ต่อเลยครับ ยิ้มเท่ห์


ปล. คุณ Rebel เป็นหญิงสาวหรือครับเนี่ย.. ยิ้ม
บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #56 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 12:40:36 pm » โดย rebel
เรื่องแค่นี้ดิฉันไม่คิดว่ามันเป็นความสำเร็จหรือล้มเหลวหรอกค่ะคุณรางชาง ไม่ว่าคุณจะเข้ามาตอบหรือไม่ ด้วยเหตุผลอะไร มันไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง หากคุณเข้ามาตอบอย่างที่ตอบอยู่นี่นะ

และหากคุณคิดว่า นี่เป็นการอ่านไม่แตก ก็ยอมรับแหละว่า "โง่" และนี่คือสิ่งที่นักเขียนนักกวีนักสร้างวาทกรรมทั้งหลาย พึงตระหนักอยู่เสมอว่า คนอ่านนั้นเขาฉลาดหรือโง่ ไม่เท่ากัน   ถ้าคุณเขียนเรื่องรัก เรื่องส่วนตัว จะตอบหรือไม่ตอบ ปล่อยให้คนอื่นตีความ ไม่มีปัญหา แต่อย่างที่บอกว่า นี่คุณเขียนบทกวีการเมือง  คุณอาจเขียนบทกวีเพื่อสันติภาพ แต่คนอ่านตีความว่ามันเป็นบทกวีก่อสงคราม หรือสั่งให้เขาก่อสงคราม มันก็ย่อมเป็นไปได้ทั้งนั้น ตัวหนังสือ ภาษา ไม่วิเศษขนาดจะยึดกุมสภาพได้ทั้งหมดหรอก  หรือหากคุณจะบอกว่า มีคนเข้าใจครบถ้วนตั้งคนหนึ่งแล้ว ที่เหลือนั้นมันเป็นพวกหัวไม่ถึง โง่เง่าเต่าตุ่น อธิบายไปเท่านั้น ก็แล้วไป

อย่างไรก็ตาม คุณรางชาง คุณเป็นคนไม่ตรงไปตรงมาเลยว่ะ คุณบอกว่า ไม่ซีเรียส แต่สิ่งที่คุณทำคือ โคตรซีเรียสเลย   คุณทำเหมือนเข้าใจทุกอย่าง พยายามดักอุดรูรั่วไม่ให้ใครวิจารณ์ได้  ว่าที่คุณไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ใช่ไม่เข้าใจนะ โคตรเข้าใจดีเลย  แต่ผมมีเหตุผลของผมที่จะไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้  คุณทำเหมือนเปิดกว้างแต่โคตรบีบอัดให้มันแคบเลย

ปัญหาแรกเริ่มที่ดิฉันตั้งคำถามเอากับบทกวีของคุณ ก็เพราะมันไม่ตรงไปตรงมานี่แหละ สามารถตีความได้ร้อยแปดพันเก้า  จะว่าเอียงมาทางแดงอย่างที่คนอื่นเขาว่า  ดิฉันก็รู้สึกว่ามันมีบางข้อความที่เป็นปัญหาแบบเดียวกับที่วาทกรรมปฏิปักษ์ทำๆ กัน  แน่นอนมันเป็นเรื่องของการตีความ ก็ไม่ได้ปักใจ   พยายามตั้งคำถาม  จะตอบไม่ตอบมันก็สิทธิของคุณ และออกจะอ่านท่าทีท่วงทำนองของคุณออกตั้งแต่ต้นแล้วด้วยซ้ำว่าต้องมาทำนองนี้ 

จริงๆ มันก็เป็นเรื่องง่ายๆ เท่านั้น ทำไมทำให้มันยากกันไปก็ไม่รู้
 

บทกวีของคุณ

บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #57 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 12:54:56 pm » โดย rebel
แล้วเดี๋ยวจะมาว่ากันเรื่องเนื้อหา ตอนนี้ไม่มีสมาธิ ขโมยเวลาที่ทำงานมาเขียน หัวหน้าคอยชำเลืองมาตรวจสอบ เอาไว้ว่างๆ ก่อนแล้วกันค่ะ
บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #58 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 01:15:55 pm » โดย rangchang
ผมไม่ค่อยซีเรียสเรื่องว่า
คนเขียนควรจะพูดหรือไม่พูดเกี่ยวกับงานของตัวเองหรือควรแก้ต่างหรือไม่ เท่าไหร่นะ
จริงๆ ผมว่า สามารถพูดได้ อธิบายได้

ยกมาให้ดูนะครับว่าผมไม่ "ซีเรียส" เรื่องอะไร
จะว่าไม่ซีเรียสก็ไม่เชิง เพราะผมใช้คำว่า "ไม่ค่อย..."

เรื่องข้อกล่าวหาอันใหม่ผมขอไม่ตอบละกันนะ

รอคุณ rebel อ่านใหม่อีกรอบแล้วค่อยมาว่ากัน ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

  Re: ทางกลับ
« ตอบ #59 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 01:22:16 pm » โดย rangchang
เอ่อ เด๋วจะงงอีก

ที่ยกมานั่นคือ บทสนทนาที่ผมต้องการคุยกับคุณ meop กับคุณ demalnshu เรื่องควรพูดหรือไม่ในงานเขียนตัวเองนะครับ

และถ้าคุณ rebel จะดูดีๆ ผม "ตอบ" คุณไปแล้วเรื่องทำไมต้องมีทางกลับ
ถ้าคุณคิดว่า ผมไม่ตรงไปตรงมา แล้วคุณจะถามเรื่องทางกลับทำไมล่ะครับ ทำไมไม่ถามไปเลยว่า ผมแดงหรือเหลือง ตอบง่ายกว่ากันเยอะ ยิ้ม

บันทึกการเข้า

 (อ่าน 1397 ครั้ง) 1 [2] 3
กระโดดไป:  
MemberTools

Photobucket
PhotobucketPhotobucketPhotobucket




หน้าแรก
ช่วยเหลือ
ปฏิทิน
รายชื่อสมาชิก

เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก



()







15847 กระทู้
2366 หัวข้อ
818 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: Ya_

Powered by PHP
Powered by MySQL
Valid XHTML 1.0!
Valid CSS!


รายชื่อหนังสือกวีนิพนธ์ส่งประกวดรางวัลซีไรต์ ๒๕๕๓

Photobucket


SimpleTalks


Thai Poet Society Light Talk



Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
Simplicity design by Bloc